แนวทางในการบันทึกเวชระเบียน สำหรับแพทย์



แนวทางการบันทึกเวชระเบียน 


แนวทางการบันทึกเวชระเบียน

     การบันทึกเวชระเบียนผู้ป่วย มีวัตถุประสงค์เพื่อก่อให้เกิดความต่อเนื่องในการดูแลรักษาผู้ป่วย เกิดการสื่อสารที่ดีระหว่างทีมผู้ให้บริการผู้ป่วยและประกันคุณภาพการดูแลรักษาผู้ป่วย

     การบันทึกข้อมูลทางคลินิกของผู้ป่วย เป็นความรับผิดชอบของแพทย์ผู้ดูแลรักษาผู้ป่วยซึ่งจะต้องทำการบันทึกข้อมูลนี้ด้วยตนเองหรือกำกับตรวจสอบให้มีการบันทึกที่ถูกต้อง

  แนวทางในการบันทึกเวชระเบียนผู้ป่วยสำหรับแพทย์ มีดังนี้

1.ผู้ป่วยนอก ข้อมูลผู้ป่วยที่พึงปรากฎในเวชระเบียน ได้แก่
1.1 อาการสำคัญและประวัติการเจ็บป่วยที่สำคัญ
1.2 ประวัติการแพ้ยา สารเคมี หรือสารอื่น ๆ
1.3 บันทึกสัญญาณพืช (Vital Signs)
1.4 ผลการตรวจร่างกายผู้ป่วยที่ผิดปกติ หรือที่มีความสำคัญต่อการวินิจฉัย หรือการให้การรักษาแก่ผู้ป่วย
1.5 ปัญหาของผู้ป่วย หรือการวินิจฉัยโรค หรือการแยกโรค
1.6 การสั่งการรักษาพยาบาล รวมตลอดถึงชนิดของยาและจำนวน
1.7 ในกรณีมีการทำหัตถการ ควรมี
ก. บันทึกเหตุผล ความจำเป็นของการทำหัตถการ
ข. ใบยินยอมของผู้ป่วยหรือผู้แทน ภายหลังที่ได้รับทราบและเข้าใจถึงขั้นตอน ผลดีและอาการแทรกซ้อนที่อาจเกิดจากการทำหัตถการ
1.8 คำแนะนำอื่น ๆ ที่ให้แก่ผู้ป่วย

2. ผู้ป่วยแรกรับไว้รักษาในสถานพยาบาล ข้อมูลผู้ป่วยที่พึงปรากฎในเวชระเบียนขณะแรกรับผู้ป่วย ได้แก่
2.1 อาการสำคัญ และประวัติการเจ็บป่วยที่สำคัญ
2.2 ประวัติการแพ้ยา สารเคมี หรือสารอื่น
2.3 ประวัติการเจ็บป่วยในอดีตที่สำคัญ ซึ่งอาจสัมพันธ์เกี่ยวข้องกับการเจ็บป่วยในครั้งนี้
2.4 บันทึกสัญญาณชีพ (Vital Signs)
2.5 ผลการตรวจร่างกายทุกระบบที่สำคัญ
2.6 ปัญหาของผู้ป่วย หรือการวินิจฉัยโรค หรือการแยกโรค
2.7 เหตุผลความจำเป็นในการรับไว้รักษาในสถานพยาบาลและแผลการดูแลรักษาผู้ป่วยต่อไป

3.ผู้ป่วยระหว่างนอนพักรักษาในสถานพยาบาล ข้อมูลที่พึงปรากฎในเวชระเบียน ได้แก่
3.1 บันทึกเมื่อมีการเปลี่ยนแปลงทางคลินิกของผู้ป่วยที่สำคัญระหว่างพักรักษาตัวในสถานพยาบาล
3.2 บันทึกอาการทางคลินิกและเหตุผลเมื่อมีการสั่งการรักษาพยาบาลหรือเพิ่มเติม หรือเปลี่ยนแปลงการรักษาพยาบาล
3.3 ผลการตรวจทางห้องปฏิบัติการ การตรวจพิเศษต่าง ๆ
3.4 ในกรณีมีการทำหัตถการ ควร
ก. บันทึกเหตุผล ความจำเป็นของการทำหัตถการ
ข. ใบยินยอมของผู้ป่วยหรือผู้แทน ภายหลังที่ได้รับทราบและเข้าใจถึงขั้นตอน ผลดีและอาการแทรกซ้อนที่อาจเกิดจากการทำหัตถการ

4.เมื่อจำหน่ายผู้ป่วยจากสถานพยาบาล ข้อมูลที่พึงปรากฎในเวชระเบียน ได้แก่
4.1 การวินิจฉัยโรคขั้นสุดท้าย หรือการแยกโรค
4.2 สรุปผลการตรวจพบและเหตุการณ์สำคัญระหว่างการนอนพักรักษาในโรงพยาบาล ตลอดจนการรักษาพยาบาลที่ผู้ป่วยได้รับ
4.3 สรุปการผ่าตัดและหัตการที่สำคัญ
4.4 ผลลัพธ์จากการรักษา
4.5 สถานภาพผู้ป่วยเมื่อจำหน่ายจากสถานพยาบาล
4.6 คำแนะนำที่ให้แก่ผู้ป่วย หรือญาติ

5.การสั่งการรักษาและการบันทึกอาการทางคลินิก ควรบันทึกด้วยลายมือที่มีลักษณะชัดเจน พอเพียงที่ผู้อื่นจะอ่านเข้าใจได้หรือใช้การพิมพ์และแพทย์ผู้รักษาผู้ป่วยต้องลงนาม
กำกับท้ายคำสั่ง หรือบันทึกทุกครั้ง ในกรณีที่ลายมือชื่ออาจไม่ชัดเจน ควรมีสัญลักษณ์ ซึ่งทีมผู้รักษาสามารถเข้าใจได้ง่ายประกอบด้วย

6. การรักษาพยาบาลด้วยคำพูด หรือทางโทรศัพท์ จะทำได้เฉพาะในกรณีที่มีความจำเป็นรีบด่วนเพื่อความปลอดภัยของผู้ป่วยหรือในกรณีการรักษาที่ไม่ก่อให้เกิดผลร้ายต่อผู้ป่วยทุกครั้งที่มีการสั่งการรักษาพยาบาลด้วยคำพูด หรือทางโทรศัพท์ แพทย์ผู้สั่งการรักษาต้องลงนามกำกับท้ายคำสั่งโดยเร็วที่สุดเท่าที่จะสามารถดำเนินการได้ และอย่างช้าที่สุดไม่ควรเกิน 24 ชั่วโมง ภายหลังการสั่งการรักษาดังกล่าว
7. แพทย์ผู้รักษาพยาบาลพึงทำการบันทึกข้อมูลทางคลินิกต่าง ๆ ดังกล่าวให้เสร็จสิ้นโดยรวดเร็วภายหลังเหตุการณ์นั้น ๆ บันทึกเวชระเบียนควรมีความสมบูรณ์อย่างช้าภายใน 15 วัน หลังจากผู้ป่วยถูกจำหน่ายจากการรักษาพยาบาล
หมายเหต
เพื่อประโยชน์ในการรักษาพยาบาลผู้ป่วยให้ต่อเนื่อง ควรเก็บรักษาบันทึกเวชระเบียนไว้อย่างน้อยที่สุด 5 ปี นับจากวันที่ผู้ป่วยมาติดต่อรับการรักษาครั้งสุดท้ายและก่อนที่สถานพยาบาลจะทำลายเวชระเบียนดังกล่าวควรจะได้มีการประกาศเพื่อให้ผู้ป่วยที่ยังประสงค์จะใช้ประโยชน์จากข้อมูลในเวชระเบียนดังกล่าวสามารถคัดค้านการทำลาย หรือทำการคัดลอก คัดสำเนาข้อมูลเฉพาะส่วนของตน เพื่อใช้ประโยชน์ต่อไป
*คำชี้แจงแนวทางในการบันทึกเวชระเบียนผู้ป่วยสำหรับแพทย์นี้ คณะกรรมการแพทยสภา ในการประชุมครั้งที่ 2/2542 วันที่ 4 กุมภาพันธ์ 2542 มีมติให้เผยแพร่แก่สมาชิก โดยถือเป็นเพียงแนวทาง (Guidelines) เพื่อใช้ประโยชน์ต่อไป

http://www.tmc.or.th/detail_khow.php?k_id=8

ประเด็นคุณภาพ:งานเวชระเบียน

1 การพัฒนา / การออกแบบเวชระเบียน โดยผู้ใช้มีส่วนร่วม
2. การประเมินความถูกต้อง สมบูรณ์ของการบันทึกเวชระเบียน
3. ระบบการรักษาความลับของข้อมูลที่สำคัญในเวชระเบียน
4. การสร้างระบบสื่อสารระหว่างสหวิชาชีพในเวชระเบียน
5. การสนับสนุน ค้นหาเวชระเบียนเพื่อให้หน่วยงานนำไปใช้ประโยชน์ในการทบทวนเวชระเบียน
6 การเก็บรักษาเวชระเบียน มีข้อกำหนด ผู้ที่สามารถเข้าถึงเวชระเบียน
7. ระบบการยืมเวชระเบียนของผู้ป่วยและญาติ
8. การจัดทำบัญชีความเสี่ยงในหน่วยงานและการรายงานอุบัติการณ์รวมทั้งการทบทวนความเสี่ยง แนวทางการป้องกันความเสี่ยงและผลลัพธ์การดำเนินงาน
9. การมีส่วนร่วมในการส่งเสริมสุขภาพบุคลากรในโรงพยาบาล
10. การจัดโครงสร้าง สิ่งแวดล้อมในหน่วยงานที่เอื้อต่อการทำงาน สะอาดและปลอดภัย
11. ผลงานการพัฒนาคุณภาพที่ภูมิใจและสามารถนำไปเป็นตัวอย่าง
12. ความเหมาะสมในการสร้างและติดตามตัวชี้วัดในการประเมิน
13 แผนการพัฒนาที่จะจัดทำใน 1-2 ปีข้างหน้า

การจัดเก็บเวชระเบียนผู้ป่วยนอก


  1. จัดเก็บแฟ้มเวชระเบียน ด้วยระบบ Terminal digit filing system
  2. มีแถบสีที่ OPD Card เพื่อป้องการเก็บผิดที่ 
  3. มีระบบ ควบคุมการยืม-คืน  OPD Card โดยโปรแกรมหลักของโรงพยาบาล :HOSxP 
  4. มีการกำหนดเวลาในการจัดเก็บ คือภายใน 20.30 น. ของวันนั้น ๆ
  5. จัดเจ้าหน้าที่จัดเก็บโดยการกำหนดเลขรับผิดชอบที่ชัดเจน ภายในเวลาที่กำหนด
  6. มีระบบการรวม OPD Card  โดยเรียงตามวันตรวจก่อนหลัง โดยไม่ล้มเลขที่  HN  เพราะบาง HN ที่ Admit จะใช้ในการเชื่อมโยง (Link) ไปยัง IPD
  7. จัดระบบ OPD Card สำหรับเจ้าหน้าที่ โดยใช้สีเฉพาะ และจัดเก็บแยกต่างหากจากระบบ OPD Card ทั่วไป  และจัดช่องอำนวยความสะดวกให้กับเจ้าหน้าที่

การให้รหัสโรคผู้ป่วยนอก


  1. นำแฟ้มเวชระเบียนที่ได้รับคืนจากหน่วยตรวจโรค ลงทะเบียนรับคืน ในโปรแกรม  HOSxP
  2. คัดแยกแฟ้มเวชระเบียนที่ยังไม่ได้ให้รหัสโรค ให้ Coder
  3. Coder ให้รหัสโรค  รหัสหัตถการ ตาม ICD-10 และ ICD -9cm
  4. บันทึกข้อมูล รหัสโรค  รหัสหัตถการ  ในโปรแกรม HOSxP

การยืม คืน เวชระเบียน

1. กำหนดระเบียบการยืม คืน

2. มีแบบฟอร์มการยืม คืน

    • ผู้มีสิทธิยืม
    • กำหนดระยะเวลาการยืม
    • ระบุเหตุผลการยืม
3.วิธีดำเนินการ
  • มอบผู้ปฏิบัติ ค้นแฟ้มเวชระเบียน
  • ลงทะเบียนการยืมในโปรแกรม HOSxP
  • ติดตามเวชระเบียนที่ส่งช้าเกินกำหนด
  • ลงทะเบียนรับคืนเวชระเบียน
  • จัดเก็บเวชระเบียน